

ฝึมือคุณตู่แพรวพราวขนาดนี้จ่าจะต้องซ้อมหนักมาก ไม่ทราบว่าคุณตู่แบ่งเวลาการทำงานกับการซ้อมดนตรียังไงบ้าง?
"ตอนแรกผมเป็นกรรมการผู้จัดการ แต่ตอนหลังผมได้เลื่อนตำแหน่งเป็น CEO งานที่ทำมันก็จะเน้นเฉพาะวัน บางทีก็ประชุมผ่านโทรศัพท์บ้าง ทุกอย่างมันก็ง่ายขึ้น ผมก็จะมีเวลาว่างมากขึ้น
ผมก็เลยคิดว่าจะใช้ช่วงนี้อุทิศให้กับงานดนตรีมากขึ้น
ส่วนเวลาซ้อมของผมก็คือเวลาที่ผม on stage นั่นแหละครับ คือผมเล่นดนตรีทุกวัน ผมจะเป้นคนนอนดึกอยู่แล้วนอนเที่ยวคืนตีหนึ่ง เป็นแบบนี้มานานมากแล้ว ก็เลยเปลี่ยนวิกฤตให้เป็น
โอกาส ออกมาเล่นดนตรีกลางคืน ทำแบบนี้มาประมาณ 20 ปีแล้ว ก็เป็นการซ้อมไปเลย มันก็เหมือนเราได้ฝึกสกิลเราไปด้วย ณ ตอนนั้น จะคิดจะเล่นอะไรก็ออกมาตรงนั้นเลย"
แล้วถ้าเกิดตอนนั้นเล่นผิดขึ้นมา คุณตู่ทำยังไง?
"วิธีการแก้ปัญหาของผมก็คือการเอาสิ่งที่เราคุ้นเคยที่สุดในโหมดนั้นมาใช้ สมมติเรากำลังเล่นคีย์ F อยู่แล้วเราเล่นผิดเราก็ต้องหาความคุ้นเคยในโหมดนั้นมาใส่แทน
คือจริงๆ เล่นกีตาร์ตัวเดียวมันค่อนข้างจะสบายกว่าเป็นวงเพราะว่าเราไม่ต้องกังวลกับเรื่องทีมเวิร์ค เราเล่นไปสบายๆ ของเราได้ และส่วนใหญ่ที่เล่านจะเป็นงานที่คัฟเวอร์มาอีกทีอยู่แล้ว พอ
เล่นผิดคนก็แทบจะไม่เห็นความแตกต่าง นอกจากเป็นเพลงที่คนรู้จักกันเยอะๆ เช่นเพลงเด่นๆ ของทอมมี่ เอ็มมานูเอล (Tommy Emmanuel) นั่นคือเราต้องระวังไม่ให้ผิดครับ"
ปัจจุบันเล่นดนตรีอยู่ที่ร้านไหนบ้าง?
"ก็มีร้าน Parking Toy ที่จะเป็นร้านที่ผมปล่อยของ จะ ไม่ค่อยร้อง เน้นเล่นบรรเลงล้วนๆ ถ้าใครอยากจะดูฟิงเกอร์สไตลืแบบจริงๆ ผมแนะนำให้ไปดูที่ร้านนี้ แต่ถ้าเป็นพวกเพลงคัฟเวอร์
หรือแนวอื่น ก็จะมีที่ร้าน Aree Alley ที่ซอยอารีย์สัมพันธ์ 4 เป็นร้านขายไวน์ ที่นี่ผมจะเล่นคัฟเวอร์เพลงสากล แล้วก็มีร้าน THree Mangoes ตรงประชาชื่น ถ้าเป็นคัฟเวอร์เพลงไทยก็จะ
เป็นร้านบุหงา อยู่ตรง อตก. ส่วนใหญ่ก็จะเล่นชั่วหัวค่ำ 2 - 3 ทุ่ม ประมาณนี้"
ไม่ได้เรียนทางด้านดนตรีมาโดยตรง และฝึกฝนดนตรีจากไหน?
"ตัวผมจบทางด้านจิตวิยาครับ เดิมผมเป็นคนที่ชอบค้นหาดนตรีที่ตัวเองต้องการ ผมเล่นดนตรีมาตั้งแต่ 6-7 ขวบ เพราะว่าตอนอยู่ในโบสถ์เราเห็นคนเล่นดนตรีเราก็ชอบไม่ว่าจะเป็นเครื่อง
ดนตรีประเภทไหน อย่างเปียโน ไงโอลิน แบนโจ เครื่องสายทุกชนิดผมฝึกเล่นเอง ยกเว้นก็พวกเครื่องเป่า เพราะรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่เอื้อมถึงยาก เป็นสิ่งที่เราสัมผัสไม่ได้
ตอนที่หาตัวเองก็ดูจากสิ่งที่เราอยู่กับมันได้นานที่สุด ก็เริ่มจากกีตาร์ ตอนวัยรุ่นเราก็เห็นว่ากีตาร์ไฟฟ้ามันดูร็อคแอนด์โรล มันช่วยให้เราได้ระบายออกตามประสาวัยรุ่นน่ะครับ ฝึกอยู่นาน
มากเหมือนกัน ฝึกทั้งวันทั้งคืน สมัยก่อนพอเรียนเสร็จก็กลับมาฝึกพวก sweep ก็ฝึกทั้งวัน ฝึกอาร์เพจจิโอก็ฝึกทั้งวัน สุดท้ายมาค้นพบตัวเองว่าการที่เรานั่่งเล่นอยู่คนเดียวไม่มีใครอยู่ข้าง
ๆมีแค่ MIDI เปิดไว้ให้เราโซโล่ตามมันไม่เห็นสนุกเลย
แล้วผมก็ได้เห็นเช็ท แอทกินส์ (Che Atkins) ในงาน Folk Festival ประมาณปี 48 เห็นเขาว่าเล่นคนเดียว ก็รู้สึกว่า โอ้ นี่แหละ สิ่งที่เราอยากทำ จากนั้นก็ได้มาเจอกับคุณจอห์นเป็นคนที่
อยู่ตามข้างถนนน่ะครับ จอห์นเขาเล่นบูลส์ ผมก็เลยไปขอวิชากรเล่นฟิงเกอร์สไตล์จากเขา สมัยนั้นผมทำพาร์ทไทม์ที่แมคโดนันลด์ที่แนชวิลล์ ก็เลยเอาเบอร์เกอร์ไปแลกวิชากับเขา เรา
ไม่ได้เรียนนจากสถาบัน แต่เรียนจากคนข้างถนน ก็เป็นการฝึกฝนด้านทักษไป
สำหรัลเรื่องทฤษฎีไม่เคยเรียนจริงจังเลย เล่นจากฟีลลิ่งเอา ถามว่าทฤษฎีดีมั้ย มันดีครับ มันเป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้ทุกอย่างเป็นระบบและขั้นตอน แต่คุณจอห์นเคยสอนผมว่ามนุษย์เราเกิดมา
พูดเป็นก่อนที่จะเขียนเป็น ถ้าคุณเขียนเป็นก่อนพูด คุณจะรู้สึกว่าคุณไม่สามารถเข้าใจตรงนั้นให้ลึกซึ้งได้เท่าการพูดเป็นแล้วค่อยไปเขียน อย่างคำว่าแม่ เป็นคำที่ลึกซึ้งมาก ถ้าเขียนเป็น
ก่อนพูดก็คงไม่รู้ซึ้งถึงความหมายของคำนี้ ผมเลยคิดว่า ผมจะเอาสิ่งที่อยู่ข้างในออกมาให้ได้มากที่สุดก่อน"
คิดว่าความเป็นนักดนตรีของคุณตู่ขัดกับภาพลักษณ์ผู้บริหารของตัวเองบ้างมั้ย?
"มันก็มีบ้างครับ ในช่วงสิบปีแรกที่ผมเล่านดนตรียังไม่ค่อยมีใครทราบมันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะขัดแย้งมาก การที่ผู้บริหารคนหนึ่งจะต้องมาสั่งลูกน้องในตอนเช้า แล้วกลางคือตัวเองก็มา
อยู่ในแหล่งอโคจรแต่ถ้าตัวผมมีความสามารถในการทำงานมันก็ไม่ใช่เรื่องผิด การที่เราแบ่งสัดส่วนทุกอย่างให้พอดีให้เหมาะสม มันก็ไม่มีอะไรเสียหาย
เคยมีตอนที่เรากำลังเล่นอยู่ที่ร้าน แล้วลูกน้องเราเดินเข้ามา เขาก็ "โห พี่ เล่นได้อย่างนี้เลยหรอ" ก็กลายเป็นว่าลูกน้องเราภูมิใจตัวผู้บริหารของเขาไป ในงานเลี้ยงประจำปีที่บริษัททุกคนจะ
เชียร์ให้ผมขึ้นไปเล่น แต่ผมก็ไม่เคยขึ้นไปเล่น เพราะตรงนั้นเราก็มีสถานะของเราที่ต้องยึดมั่นถือมั่นไว้อยู่ หรืออย่างเจอลูกค้าในผับ เขาก็ทักว่าเราหน้าเหมือนคนที่เพิ่งคุยงาานด้วยกัน
เมื่อตอนกลางวัน เราก็ตอบเลี่ยงไปว่าแต่คนหน้าเหมือนเพื่อรักษาภาพพจน์ไว้บ้าง เพราะในเมื่องไทยยังถือเรื่องภาพลักษณ์ของผู้บริหารเอาไว้อยู่ ถ้าเป็นที่อเมริกาเขาไม่ถือเรื่องนี้เลย จะ
ไว้หนวดไว้เครายังไงก็ได้ ขอให้ทำงานได้ก็แล้วกัน"
ทราบว่าคุณตู่สะสมกีตาร์ด้วยตอนนี้มีอยู่กี่ตัว?
"เมื่อก่อนมีเยอะมาก ร่วม 20 ตัว แต่ตอนนี้ผมจำหน่ายจ่ายออกไป เพราะว่าผมมานั่งมองกีตาร์ที่่แขวนๆ อยู่โดยไม่ได้เอามาเล่านผมรู้สึกว่ามันไม่แตกต่างอะไรกับกองไม้เลยแล้วยังอีก
หลายคนที่เขาอยากได้ ก็เลยเอาให้เขาไป ตอนนี้ก็เหลืออยู่ประมาณ 7 ตัว ก็ได้เล่นหมดทุกตัว ตัวที่ชอบที่สุดก็เป็นของ Marton ครับ"
แล้วมาสนใน Yamaha ได้อย่างไร?
"จริงๆ ก่อนเป็น endorsee ผมก็คลั่งไคล้ Yamaha มาก่อนอยู่แล้ว ตั้งแต่ได้กีตาร์ Yamaha จากคุณพ่อเป็นตัวแรกเพราะคุณพ่อผมเป็นนักดนตรี ผมเห็นกีตาร์ Yamaha แขวนอยู่ตั้งแต่เด็กๆ
มันก็เป็นเรื่องคุณค่าทางจิตใจ แต่ยุคแรกๆ ของ Yamaha มันยังไม่มีพวกปรีแอมป์เอาไปเล่น on stage ได้อย่างปัจจุบัน ตอนนั้นก็เลยมีตัวเลือกอื่นเข้ามาแทนที่ก่อน
แล้วพอผมได้มาลองกีตาร์ Silent เมื่อหลายปีที่แล้ว ก็รู้สึกชอบ เพราะมันตอบสนองผมได้ดี ก็เลยให้มาตลอด หลังๆ คนจะเห็นผมใช้ Yamaha เยอะมาก
สไตล์การเล่นของคุณตู่มักจะเป็นการเคาะหรือตบกีตาร์ แต่กีตาร์ Silent จะเป็นโครงว่างๆ แล้วตอบสนองคุณตู่ได้อย่างไร?
"เป็นคำถามที่ทุกคนถามผมเลยครับว่าผมเล่น Silent แล้วมันมีเสียงเคาะออกมาได้ยังไง คือใน Silent มันจะมีช่อง Aux สามารถเสียบไมค์ได้ แล้มันจะมีการ์ดเล่นเล็กๆอยู่ เราก็จะเอาไมค์
ไปจ่อตรงนั้น เราก็สามารถคอนโทรลมันได้โดยกีตาร์ตัวเดียว คือเล่นไปก็เคาะไป ที่ได้ยินเป็นเสียงป๊อกๆๆ ผมค้นพบว่าเป็นเพราะเอามไมค์มาใส่ เสียงมันก็ผ่านตรงนั้นได้เลย แล้วก็มีโว
ลลุ่มให้เราได้ด้วย และยังมีเอฟเฟคท์ด้วย เราก็ไม่ต้องพกอะไรมากมายแล้วผมเป็นคนชอบมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ มันก็สะดวก ถอดปุ๊บ สะพายไปได้เลย ไม่ต้องแบให้หนัก"
APX/CPX Serise ที่คุณตู่เป็น endorsee ให้ จุดขายของแต่ละตัวอยูที่ตรงไหน แตกต่างยังไงบ้าง?
"สิ่งที่พิเศษของมันคือ การปรับ wide ของไมค์ การเบนไมค์ และก็เรื่องของภาคอิเล็คโทรนิคของเขาในปัจจุบันนี้จะค่อนข้างแปลกจากยี่ห้อื่น คือจะมีโหมดของการจ่อไม่ค์ให้เลือก เช่น เลือกโหมดให้เหมือนกับไมค์ที่ออกมาจากสตูดิโอ เรื่อง
ความชัดเจนก็สามรถปรับแบบ wide ก็แบบกว้าง หรือปรับแบบ focus ก็เป็นแบบเฉพาะเหมือนเอาไมค์มาจ่อหน้ากีตาร์เลย ความชัดเจนมันสูงมาก ผมได้ลองปุ๊บก็โดนใจเลย อีกเรื่องก็คือทัชซิ่ง เรื่องคอเรื่องงาน ที่เนี้ยบมาก ผมรู้สึกว่าเขาทำออก
มาดีมากๆ และผมก็พึงพอใจกับซาวนด์ที่ออกมาด้วย
APX เนี่ย บอดี้มันจะเล็กว่าตามลักษณะของเสียง ตัวนี้ผมจะเชียร์ในเรื่องการเอาไปเล่นกับวง ที่การตีคอร์ด เพราะจะเด่นที่เลียงโทนกลาง หรือเสียงเป็นเม็ดก็จะได้เรื่องของตัวโน๊ตโซโล่ที่ชัดเจน ส่วน CPX นี่จะเล่นได้กว้างเกือบทุกแนว ไม่ว่าจะ
เป็นฟิงเกอร์สไตล์ โฟล์ค ปีอปโฟล์ค หรือแนวไหนก็ตามที่เล่นแบบกีตาร์อะคูสติคตัวเดียว"
ตอนที่ไปออกรายการเกมส์ 1000 หน้า จะมีเทคนิคแปลกๆ อันหนึ่งทำให้ระดับเสียงโน๊ตที่เล่นออกมาเปลี่ยนไป แบบนั้นเรียกว่าเทคนิคอะไร?
"อันนั้นจะเป็นการดัดคอครับ จะเป็นเทคนิคที่คล้ายกับการใช้คันโยกกีตาร์ แต่มันเสี่ยงมากสำหรับคนที่ทำไม่เป็น ผมขอเตือนไว้ก่อน เพราะบางคนเห็นผมทำ พอไปลองทำเองแล้ว trustrod ข้างในหักบ้าง คอแตกบ้าง มันคือต้องเอามือกดจากด้าน
หน้าท้อปของกีตาร์ อีกมือจับตรงหัวกีตาร์ แล้วดันให้คอมันโค้ง เพื่อให้เสียงมันเหมือนเราดึงคันโยก คือเราต้องตั้ง trustrod ข้างในให้มีการหยึดหยุน มีช่องว่างด้วย ไม่งั้นคอหัก"
รู้สึกว่าคุณตู่จะใช้สายกีตาร์เบอร์ 13 ด้วย ทำไมถึงชอบสายเบอร์ใหญ่แบบนี้
"ผมใช้สายเบอร์ 13 แต่ว่าผมตั้งต่ำกว่ามาตรฐานครึ่งเสียงเป็น Eb ครับ ที่ใช้สายใหญ่ เพราะว่าผมต้องการเสียงที่หนาเม็ดใหญ่ และที่ต้องตั้งสายต่ำลงมา เพราะผมต้องเล่น open tuning ตลอดกับกีตาร์ตัวเดียว ในการหมุนปรับสายกีตาร์ไปมาเนี่ย
บางครั้งมันจะทำให้สายขาดเร็ว เราะก็ต้องตั้งให้แรงดึงมันน้อยลงครับ"
แล้วทำอย่างไรเล่นสายเบอร์ 13 ได้ง่ายๆ บ้าง?
"ผมเริ่มต้นการตั้งทัชชิ่งให้มันต่ำ แล้วตั้งคอให้มันรับกับแรงดึงของสายเบอร์ 13 ซึ่งถ้าเกิดตั้งทุกอย่างได้เรียบเร้อย กีตาร์ตัวนั้นก็ผ่าน เหตุผลที่ผมเลือก Yamaha ก็เพราะว่าในบรรดากีตาร์ที่ผมมีอยู่ Yamaha เป็นกีตาร์ที่มีความเสถียรในการตั้ง
trustrod พอตั้งไปปุ๊บมันจะอยู่ยาวเลย ทำให้เล่นเทคนิคต่างๆ ได้ดี คือผมจะทำอุปกรณ์ให้เข้ากับตัวเราให้ได้มากที่สุดก่อนน่ะครับ"
ณ ตอนนี้มีโปรเจคพิเศษอะไรที่กำลังทำอยู่บ้าง?
"มีครับ ตอนี้กำลังทำเป็นแนวฟิงเกอร์สไตล์ จะมี 2 พาร์ทในบทหนึ่งอัลบั้ม คือ พาร์ทนึงจะเป็นเพลงร้อง อีกพาร์ทนึงจะเป็นเพลงบรรเลง ในอัลบั้มก็จะเป็นพวกเทคนิคแปลกๆ ที่บ้านเรายังไม่เคยมีใครทำ เช่น Lap Guitar คือการเอากีตาร์วางบน
หน้าขาแล้วก็ tab ไปเรื่อยๆ เป็นสไตล์ของเพลงบรรเลง แล้วก็เล่นพวกสแลปเลส หรือ เทคนิคอะไรที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผมน่ะครับ ส่วนจะทำเองหรือทำกับค่ายนั้นอันนี้กำลังคิดอยู่ ตอนนี้ก็ดำเนินงานไปเรื่อยๆ เก็งงานเก่าๆ มาเกลาบ้าง
คิดใหม่บ้าง จะออกเป็นอินดี้หรือออกกับค่ายก้ต้องดูจังก่อน"